การจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งต้องอาศัยความมุ่งมั่นทุ่มเท ด้วยแรงกายแรงใจ

6 ขั้นตอนการเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวให้ประสบความสำเร็จ



1. สำรวจตนเอง

ก่อนที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจใด ๆ ก็ตาม สิ่งสำคัญอันดับแรกเลยก็คือการได้ทำในสิ่งที่รัก ทำในสิ่งที่เราชอบและมีความชำนาญ เพราะหากเราทำธุรกิจที่เราชอบและมีความรู้ ก็จะทำให้การเริ่มต้นธุรกิจเป็นไปได้อย่างสวยงาม ดังนั้นเราต้องมาสำรวจตัวเองก่อนว่า เรามีความชอบในสิ่งใด และเมื่อเราค้นหาได้แล้วว่าเราชอบอะไร แล้วเรามีความรู้และทักษะในสิ่งนั้นหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ต้องหาความรู้และฝึกฝนทักษะในสิ่งนั้นให้ชำนาญ นี่จึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการค้นหาธุรกิจที่ใช่ เพราะเราจะได้ทำในสิ่งที่ชอบไปได้ตลอดรอดฝั่งนั่นเอง

 

2.สำรวจความต้องการของตลาด

เมื่อเราสำรวจตัวเองจนถี่ถ้วนทุกแง่มุมแล้ว และตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการสำรวจตลาด และกำหนดกลุ่มเป้าหมายลูกค้า เพราะความสำคัญของขั้นตอนนี้เราต้องรู้ก่อนว่า เมื่อเรามีสินค้าแล้วเราจะไปขายที่ไหน และขายให้ใคร ใครจะเป็นลูกค้าของเรา เราต้องหาให้เจอว่าลูกค้าเราคือใคร เช่นอาจจะเป็น กลุ่มลูกค้าเด็ก กลุ่มคนวัยทำงาน หรือกลุ่มคนวัยชรา เราต้องเลือกกลุ่มลูกค้าให้ตรงกับธุรกิจของเราให้มากที่สุด เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะเหมารวมเอาคนทุกกลุ่มมาเป็นลูกค้าของเรา เพราะมันกว้างเกินไป

 

3.สำรวจคู่แข่ง รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

เมื่อเราได้กลุ่มลูกค้า และมีช่องทางการตลาดที่จะกระจายสินค้าและบริการของเราแล้ว ต่อไปก็เป็นขั้นตอนการสำรวจคู่แข่งขันในธุรกิจที่เกี่ยวข้องหรือมีความคล้ายคลึงกับเรา เพราะเราจะได้รู้ว่าหากเรากระโดดเข้ามาในธุรกิจนี้แล้ว เราจะต้องแข่งขันกับใคร มีใครเป็นคู่แข่งของเราบ้าง คู่แข่งของเราเข้มแข็งหรืออ่อนแอแค่ไหน เพราะเราจะได้วางแผนรับมือในการแข่งขันและเพื่อความยั่งยืนของการทำธุรกิจ ดังคำที่ว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง”

 

4.กำหนดโครงสร้างและขนาดของธุรกิจ

หลังจาก 3 ขั้นตอนสำคัญที่เราได้สำรวจไปแล้ว ต่อไปเป็นการกำหนดขนาดของตัวธุรกิจ ว่าเราจะเข้าไปสู้ในสนามไหน จะสู้ในสนามใหญ่ สนามกลาง หรือสนามเล็ก เราก็ต้องมากำหนดขนาดโครงสร้างของธุรกิจเราก่อน มาวิเคราะห์ความสามารถ และเงินลงทุนของเราว่าจะสร้างธุรกิจได้ขนาดไหน เพราะการแข่งขันในธุรกิจขนาดต่าง ๆ นั้นไม่เหมือนกัน หากเรากระโจนเข้าสู่สนามใหญ่ โดยที่เรามีศักยภาพและเงินทุนที่ไม่เพียงพอ เราก็ไม่อาจแข่งขันกับเขาได้ เปรียบเสมือนการเล่นฟุตบอล หากทีมเราเป็นทีมท้องถิ่นแล้วไปแข่งกับทีมระดับชาติ เราก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้ ฉันใดก็ฉันนั้น การแข่งขันในธุรกิจก็ไม่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นกำหนดโครงสร้างและขนาดของธุรกิจไม่ให้เกินไปกว่าศักยภาพและความสามารถของเรา

 

4.วิเคราะห์ SWOT

เมื่อเรากำหนดโครงสร้างของธุรกิจเราแล้ว ต่อไปก็มาวิเคราะห์ถึง จุดแข็ง ของเราว่าธุรกิจของเรามีจุดแข็งด้านใดบ้างที่ได้เปรียบคู่แข่งขัน วิเคราะห์จุดอ่อน ว่าจุดอ่อนของธุรกิจเราอยู่ตรงไหน วิเคราะห์โอกาส หาว่าโอกาสและช่องทางความสำเร็จของเรามีโอกาสเท่าไหร่อย่างไร และสุดท้ายคือการวิเคราะห์อุปสรรค คือหาให้ได้ว่าเรามีอุปสรรคอะไรบ้างที่เป็นข้อจำกัดที่จะทำให้ธุรกิจของเราไม่ราบรื่น  ทั้งหมดนี้เรียกว่าการวิเคราะห์ SWOT เป็นการวิเคราะห์ธุรกิจของเราให้ละเอียดและครอบคลุมในทุก ๆ ด้าน

 

5.วิจัยและพัฒนา

เมื่อเราได้วางแผนและเริ่มต้นดำเนินธุรกิจไปแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาหลังจากการทำธุรกิจผ่านไปซักระยะหนึ่ง คือการพัฒนาต่อยอดสินค้าและบริการ เป็นการวิเคราะห์ถึงสินค้าและบริการของธุรกิจเราว่าตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงเป้าหมายหรือไม่ มีสินค้าหรือบริการใดที่ได้รับความนิยมหรือไม่ได้รับความนิยม แล้วจึงพัฒนาต่อยอดสินค้าและบริการนั้นให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการพัฒนาให้ธุรกิจมีความยั่งยืนในอนาคต

 

การจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งต้องอาศัยความมุ่งมั่นทุ่มเท ด้วยแรงกายแรงใจอย่างมหาศาล เพื่อนำจะพาธุรกิจอันเป็นที่รักให้ประสบความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจไว้ครับ