สำหรับผู้ที่สนใจอยากทำบัตรเครดิต และสงสัยว่าบัตรเครดิตเขาทำกันอย่างไร และมีวิธีการให้ได้มาต้องเตรียมตัวเตรียมเอกสารอะไรบ้าง


4 ขั้นตอนการสมัครทำบัตรเครดิต



สำหรับผู้ที่สนใจอยากทำบัตรเครดิต และสงสัยว่าบัตรเครดิตเขาทำกันอย่างไร และมีวิธีการให้ได้มาต้องเตรียมตัวเตรียมเอกสารอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาแนะนำขั้นตอนการสมัครบัตรเครดิตให้ทราบกันครับ

  • ค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ยและผลประโยชน์ที่จะได้รับ – ก่อนอื่นต้องทำการค้นหาข้อมูลของบัตรเครดิตต่าง ๆ ก่อนว่าในตลาดบัตรเครดิตมีบัตรชนิดใดบ้าง และมีบัตรชนิดใดที่ตรงกับการใช้งานของเรามากที่สุด ทำการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม และผลประโยชน์ของแต่ละบัตรว่ามีอะไรบ้างที่ตรงใจเรามากที่สุด
  • เตรียมตัวสำหรับการสอบประวัติเครดิต – การที่เราจะมีบัตรเครดิตได้ เราก็ต้องมีประวัติเครดิตที่ดีที่ขาวสะอาดก่อน ทำการตรวจสอบข้อมูลของเราที่เครดิตบูโร ว่าถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องก็ให้แจ้งทำการแก้ไขให้เรียบร้อย
  • การยื่นสมัครบัตรเครดิตสามารถทำได้โดยวิธียื่นสมัครที่สำนักงานผู้ให้บริการออกบัตร หรือถ้าไม่สะดวกในการเดินทางก็สามารถยื่นสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้
  • จัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ถูกต้อง ชัดเจน ก่อนยื่นเอกสาร ควรสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารที่ต้องใช้ให้ละเอียดชัดเจน และทำการจัดเตรียมให้เรียบร้อยครบถ้วน อย่าให้ขาดตกบกพร่อง เพราะอาจทำให้การขอบัตรเครดิตล่าช้าออกไปอีกหากมีการขอเอกสารเพิ่มเติมในภายหลัง

เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการสมัครบัตรเครดิต

  • ใบสมัคร
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาบัญชีเงินฝาก
  • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน

ค่าธรรมเนียมของบัตรเครดิตที่ต้องรู้ มีอะไรบ้าง

หลังจากที่เราได้รับบัตรเครดิตมาแล้ว เราจำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย และดอกเบี้ยที่มากับบัตรเครดิตว่ามีอะไรบ้าง มาดูกันครับ

  • ดอกเบี้ยต่อปี (APR) – เป็นดอกเบี้ยที่จะถูกคิดเมื่อมีการค้างชำระและไม่สามารถชำระหนี้บัตรเครดิตได้ครบ ซึ่งจะคิดเป็นอัตราร้อยละต่อปี
  • ค่าธรรมเนียมรายปี (Annual Fee) – เป็นค่าธรรมเนียมมาตรฐานที่ทางผู้ให้บริการบัตรเครดิตจะเรียกเก็บจากผู้ถือบัตร ส่วนอัตราค่าธรรมเนียมส่วนนี้จะเป็นเท่าได ก็แล้วแต่ทางผู้ออกบัตรจะกำหนดมา อาจจะมีตั้งแต่ปีละ 200 จนถึง 8,000 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดของบัตรเครดิตด้วย ซึ่งส่วนใหญ่และทางผู้ออกบัตรจะยกเว้นค่าธรรมเนียมในปีแรก แต่จะเรียกเก็บตั้งแต่ปีที่สองเป็นต้นไป
  • ค่าธรรมเนียมการโอนหนี้ (Balance Transfer Fee) – ค่าธรรมเนียมการโอนหนี้โดยทั่วไปจะคิดประมาณ 2% จากยอดหนี้ โดยผู้ถือบัตรสามารถโอนหนี้จากบัตรเครดิตใบเดิมไปยังบัตรใบใหม่ได้ หรือหากมีบัตรเครดิตหลายใบและต้องการรวบยอดหนี้ให้มาอยู่ในบัตรเดียวก็สามารถทำได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูวงเงินในบัตรเครดิตใหม่ด้วยว่าพอเพียงสำหรับการโอนหนี้หรือไม่
  • ค่าธรรมเนียมการเบิกเงินสดล่วงหน้า (Cash Advance Fee) – ค่าธรรมเนียมการเบิกเงินสดล่วงหน้า จะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ประมาณร้อยละ 4-5% ของจำนวนเงินสดที่กดเบิกต่อครั้ง ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง ดังนั้นคุณต้องคิดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจกดเงินสดออกมาใช้
  • ค่าธรรมเนียมธุรกรรมในต่างประเทศ (International Transaction Fees) – จะเป็นค่าธรรมเนียมในการนำบัตรเครดิตไปใช้ซื้อสินค้าและบริการจากต่างประเทศ ซึ่งทางผู้ออกบัตรจะคิดค่าธรรมเนียมประมาณ 3% และหากมีการใช้บัตรบ่อย ค่าธรรมเนียมอาจมีการปรับให้สูงขึ้นตามไปด้วย
  • ค่าธรรมเนียมเมื่อใช้บัตรเกินวงเงิน (Overlimit Fees) – ปกติแล้วผู้ถือบัตรเครดิตจะไม่สามารถใช้เงินเกินกว่าวงเงินที่มีในบัตรได้ แต่อาจมีกรณีพิเศษที่ทางผู้ให้บริการให้ใช้เกินได้ และต้องเสียค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ด้วย
  • ค่าธรรมเนียมเมื่อชำระหนี้ไม่ถึงขั้นต่ำ (Underpayment Fees) – เป็นค่าธรรมเนียมที่ผู้ถือบัตรจะต้องจ่ายเพิ่มหากไม่สามารถชำระหนี้ให้ถึงขั้นต่ำได้ เพราะฉะนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดถ้าไม่สามารถจ่ายเต็มวงเงินได้ ก็ต้องจ่ายขั้นต่ำตามที่ผู้ออกบัตรกำหนดไว้ให้ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมในส่วนนี้